เริ่มแรกเดิมทีเลย ไม่คิดว่าจะมาเรียนที่นี่เลยคะ เพราะรู้สึกว่าค่าเรียนมันแพงมหาโหด ไม่มีปัญญาเรียน แต่ด้วยความที่เราก็อยากเก่งอังกฤษ ไปเรียนมาหลายสถาบันแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้เราพูดเก่งขึ้นเลย เพราะการเรียนแต่ละครั้งมันใช้เวลาเรียนแค่สัปดาห์ละครั้ง ซึ่งไม่ทำให้เราซึมเข้าหัวซักเท่าไหร่
การตัดสินใจครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นกระทันหันมาก เนื่องจากเพื่อนๆที่รู้จักเค้าไปเรียนโทกันหมดแล้ว อ้าว แล้วเราจะอยู่เฉยๆได้ไง เราก็อยากเรียนเหมือนกันนะ แต่ไม่อยากเรียนโทหรอก ไปเรียนอังกฤษดีกว่า 555
ตอนแรกก็ Search ข้อมูลหาสถาบันเรียนภาษา แต่ไม่รู้ไปไงมาไง มาสะดุดอยู่ที่ Outerspace กับ Wall Street ซึ่ง Outerspace นั้นต้องมีเวลาเรียน 5 วัน ได้แก่ จันทร์ถึงศุกร์ แต่ Wall Street เราจัดตารางเรียนเองได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้ตัดสินใจเรียนที่นี่
ประเด็นจริงๆก็คือ มีอยู่วันหนึ่ง แฟนเราเค้าอยากเรียน TOEFL ที่ Fast English ซึ่งเค้าเรียน Grammar ของที่นั่นอยู่ แต่เราไม่อยากเรียน และเราก็อยากให้เค้ามาเรียนด้วยกัน ก็เลยตัดสินใจกันว่าจะไปดู ที่เรียนก่อนนะ อิอิ แต่ด้วยความที่ Wall Street ใกล้บ้านมากกว่า Outerspace ที่อยู่สีลม เลยไปดู Wall Street ก่อน ได้เข้าไปเห็นบรรยากาศที่นั่นก็รู้สึกดี แถมยังหลงคารมพี่ที่เป็น Educational Consultant (EC)ด้วย จึงตกลงเรียนแต่โดยดี
พี่ EC บอกถึงโปรโมชั่นของ First visit ซึ่งก็คือ การไปครั้งแรกแล้วตกลงสมัคร ก็จะได้แถมเพิ่มอีก 1 level ด้วยความงกของแถม จึงตัดสินใจสมัครเดี๋ยวนั้นเลย
ขั้นตอนการเข้าไปสมัครวันนั้น ก็คือ เริ่มแรกที่เข้าไป เค้าจะให้เราไปพูดคุยสอบถามซักพัก จากนั้นจะให้เราลองไปสอบวัดระดับ แล้วก็มาคุยกันถึงแผนการเรียน ดูว่าเราโอเคไหม
ราคาเรียนของที่นี่ขึ้นอยู่กับว่าเราเรียนกี่ level คะ แต่ว่าขั้นต่ำต้องเรียน 3 level ซึ่งยิ่งเรียน level มาก ราคาต่อ level ก็จะถูกกว่า
นี่คือแผนการเรียนของเรานะคะ
ที่ Wall Street จะแบ่งออกเป็น 6ระดับ ซึ่งแต่ละระดับ จะมี 3level 6ระดับ ได้แก่ Survival, Waystage, Upper Waystage, Threshold, Milestone และMastery ถ้าใครอยากแค่พอพูดได้ฟังรู้เรื่องในแบบเข้าขั้นดี ก็ต้องเรียนให้ถึง Threshold สำหรับ Milestone และMastery เอาไว้สำหรับพวกเทพเรียนกัน ซึ่งตรงนี้จะเน้นพวกการเขียนการอ่าน ถ้าใครไม่อยากได้ตรงนี้ ก็ไม่ต้องเรียน แต่ละ level ตามแผนจะให้เรียนประมาณ 2 เดือน แต่เค้าจะเผื่อให้อีก 1 เดือน เผื่อบางคนติดธุระมาเรียนไม่ได้ ดังนั้น 1 level จะเรียนได้ 3 เดือน
ของเราพี่ EC เค้าให้เราเริ่มที่ Waystage 2 และพี่ได้ทำแผนการเรียนมาให้คือ
แผนที่ 1 เรียน 4 level ฟรี 2 level (ฟรี 2 เฉพาะ first visit ถ้าตัดสินใจช้า จะได้แค่ ฟรี 1) สำหรับเวลาเรียนของแผนนี้ คือ 6 * 3 = 18 เดือน คือเวลาเรียนที่มากสุดที่เค้าให้เราเรียนให้จบ ค่าเรียนของแผนนี้ คือ 74,900 บาท ดังนั้น ถ้าเรียนตามแผนนี้ เราจะได้เรียนตั้งแต่ Waystage 2 ไปถึง Threshold 1
แผนที่2 เรียน6 level ฟรี3 level (ฟรี3 เฉพาะ first visit ถ้าตัดสินใจช้า จะได้แค่ ฟรี 2) สำหรับเวลาเรียนของแผนนี้ คือ9 * 3 =27 เดือน คือเวลาเรียนที่มากสุดที่เค้าให้เราเรียนให้จบ ค่าเรียนของแผนนี้ คือ 93,900 บาท ดังนั้น ถ้าเรียนตามแผนนี้ เราจะได้เรียนตั้งแต่ Waystage 2 ไปถึงMilestone 1
ด้วยความโลภ อยากให้จบ Threshold 3 จึงตัดสินใจเรียนตามแผน2
การจ่ายค่าเรียนของที่นี่ มีให้เลือกได้หลายแนวทางแล้วแต่ความสะดวก
- ทางแรกคือ จ่ายสด ถ้าจ่ายเป็นเงินสดจะได้ลด 8% เหมาะสำหรับคนที่มีสตางค์ เพราะจะลดค่าเรียนไปได้เกือบหมื่นเลยทีเดียว โดยถือเงินสดมาจ่ายก็ได้หรือซื้อ Cashier cheque มาจ่านก้อได้เหมือนกัน
- จ่ายผ่านบัตรเครดิต จะได้ลด 5 % จ่ายผ่านบัตรเดบิต ก็ถือว่าเหมือนกับบัตรเครดิต แต่สำหรับเราแล้วคิดว่า ถ้าจ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตได้ ก็จ่ายเป็นเงินสดไม่ดีกว่าเหรอ เพราะได้ลดเพิ่มอีก 3 % เป็นเงินหลายพันอยู่เหมือนกัน
- ผ่อนกับบัตรเครดิต หรือที่เรียกว่า Paylite อันนี้จะไม่ได้ส่วนลด แต่จะสามารถผ่อนผ่านบัตรเครดิตได้ 10 เดือน โดยไม่เสียดอกเบี้ย แต่ว่าวิธีนี้คุณจะต้องมีวงเงินพอ และมันจะตัดวงเงินของคุณไปเลยทั้งหมดตามค่าเรียน
- ผ่อนกับไฟแนนซ์ อันนี้ก็เหมือนกับการไปกู้ซื้อบ้าน โดยมีการจ่ายเงินก้อนแรกให้กับทางโรงเรียนเหมือนดาวน์บ้าน ที่เหลือก็ผ่อนกับไฟแนนซ์ 18 เดือน ไม่เสียดอกเบี้ย ซึ่งอันนี้ต้องรอการอนุมัติ ถ้าใครไม่รีบ ก็ควรเลือกแบบนี้จะดีกว่า Paylite เพราะว่ามันจะผ่อนสบายกว่า โดยเฉลี่ย ผ่อนเดือนละไม่น่าจะเกิน 5000 บาท แต่วิธีนี้ก้อต้องมีเงินก้อนให้เค้าก่อน ประมาณหมื่นบาท หรือมากกว่านั้น
การจ่ายค่าเรียนของที่นี่ สามารถ Mix กันจากวิธีข้างบนได้ โดย อาจจะจ่ายสดตามที่เราสามารถจ่ายได้ ก็จะได้ลด 8% ตามที่เราจ่ายสด แล้วจ่ายกับบัตรเครดิตอีกกี่บาท แล้วไป Payliteที่เหลือ ตามแต่เราจะสะดวก วิธีไหนที่คุณคิดว่าดีที่สุด ก็เลือกอันนั้น
สำหรับใครที่มีเรื่องสงสัย สามารถถามได้นะคะ ถ้าตอบได้จะตอบให้คะ
ต่อไปจะเป็นเรื่องของการเรียนวันที่ 3 คะ
วันนี้ไม่มีไรมากคะ เข้าไปทำ Lab แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากเมื่อวานก็คือ วันนี้ทำแค่ 1 ชั่วโมงเองก็จบ 1 lesson วันนี้ไม่เสียเวลาไปกับ part bing bong มาก และ Lab วันนี้มีการฟัง แล้วให้เราเรียงบทสนทนาที่ได้ฟังไปแล้วให้ถูกต้อง แทน part การถามตอบ
แต่แอบผิดหวังเล็กน้อย เพราะวันนี้ตั้งใจจะไปจอง Complementary class แต่มันเต็ม แต่จะพยายามจองใหม่ในวันพรุ่งนี้ เพราะคงจะเป็นวันแรกสำหรับ Class ใหม่ที่ให้จองได้