2007/Jun/27

วันนี้นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานีพหลโยธิน ออกมาโผล่ที่หน้า Union Mall เหมือนเช่นเคย แต่วันนี้ต่างจากวันก่อน คือ ตลาดนัดหน้าห้างบางส่วนหายไป ได้แต่ทำใจ เพราะอยากได้ต่างหูคู่ใหม่ แต่หาไม่เจอ เลยเดินเข้าไปในห้าง เพื่อจะไปออกประตูหลังห้าง เผื่อตรงนั้นจะยังมีตลาดนัดหลงเหลืออยู่ ปรากฏว่า พอเข้าไปในห้างแล้ว ร้านค้ามาจากไหนมากมายมาอยู่ในห้าง ทำให้บรรยากาศในห้างดูคึกคักผิดหูผิดตา หลังจากที่เงียบเหงามานาน จริงๆแล้ว เค้าได้เอาตลาดนัดมาอยู่ในห้างนั่นเอง การเดินตลาดนัดจึงไม่ร้อนอีกต่อไป เพราะ แอร์เย็นฉ่ำ จะให้เดินช้อปปิ้งเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ เสื้อผ้าที่นี่มีหลายแบบ และราคาไม่แพง ถ้าใครว่างๆ ก็ลองไม่เดินดู น่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง

หลังจากเดินตลาดนัดได้ไม่นาน คนที่นัดมาเจอกันก็มาถึง จึงรีบบึ่งไปที่ Wall Street

วันที่ 4 แล้วสำหรับการเรียนที่นี วันนี้ไปจอง Class 2 class ได้แก่ Social club กับ Chat corner แล้วก็ไปนั่งทำการบ้าน ไปดูบรรยากาศการเรียน Complementary class

บรรยากาศการเรียนที่นี่ค่อนข้างคึกคัก เมื่อถึงต้นชั่วโมง ครูของแต่ละ class จะออกมาตะโกนเรียกนักเรียนที่ห้องโถงใหญ่ ดูแล้วน่าสนุกดี

พอเริ่มเกือบ 3 ทุ่ม คนเริ่มน้อยลง นักเรียนที่เหลือบางส่วนก็มานั่งจับกลุ่มคุยกัน ไม่ก็นั่งช่วยกันทำการบ้าน

2007/Jun/24

เริ่มแรกเดิมทีเลย ไม่คิดว่าจะมาเรียนที่นี่เลยคะ เพราะรู้สึกว่าค่าเรียนมันแพงมหาโหด ไม่มีปัญญาเรียน แต่ด้วยความที่เราก็อยากเก่งอังกฤษ ไปเรียนมาหลายสถาบันแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้เราพูดเก่งขึ้นเลย เพราะการเรียนแต่ละครั้งมันใช้เวลาเรียนแค่สัปดาห์ละครั้ง ซึ่งไม่ทำให้เราซึมเข้าหัวซักเท่าไหร่

การตัดสินใจครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นกระทันหันมาก เนื่องจากเพื่อนๆที่รู้จักเค้าไปเรียนโทกันหมดแล้ว อ้าว แล้วเราจะอยู่เฉยๆได้ไง เราก็อยากเรียนเหมือนกันนะ แต่ไม่อยากเรียนโทหรอก ไปเรียนอังกฤษดีกว่า 555

ตอนแรกก็ Search ข้อมูลหาสถาบันเรียนภาษา แต่ไม่รู้ไปไงมาไง มาสะดุดอยู่ที่ Outerspace กับ Wall Street ซึ่ง Outerspace นั้นต้องมีเวลาเรียน 5 วัน ได้แก่ จันทร์ถึงศุกร์ แต่ Wall Street เราจัดตารางเรียนเองได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้ตัดสินใจเรียนที่นี่

ประเด็นจริงๆก็คือ มีอยู่วันหนึ่ง แฟนเราเค้าอยากเรียน TOEFL ที่ Fast English ซึ่งเค้าเรียน Grammar ของที่นั่นอยู่ แต่เราไม่อยากเรียน และเราก็อยากให้เค้ามาเรียนด้วยกัน ก็เลยตัดสินใจกันว่าจะไปดู ที่เรียนก่อนนะ อิอิ แต่ด้วยความที่ Wall Street ใกล้บ้านมากกว่า Outerspace ที่อยู่สีลม เลยไปดู Wall Street ก่อน ได้เข้าไปเห็นบรรยากาศที่นั่นก็รู้สึกดี แถมยังหลงคารมพี่ที่เป็น Educational Consultant (EC)ด้วย จึงตกลงเรียนแต่โดยดี

พี่ EC บอกถึงโปรโมชั่นของ First visit ซึ่งก็คือ การไปครั้งแรกแล้วตกลงสมัคร ก็จะได้แถมเพิ่มอีก 1 level ด้วยความงกของแถม จึงตัดสินใจสมัครเดี๋ยวนั้นเลย

ขั้นตอนการเข้าไปสมัครวันนั้น ก็คือ เริ่มแรกที่เข้าไป เค้าจะให้เราไปพูดคุยสอบถามซักพัก จากนั้นจะให้เราลองไปสอบวัดระดับ แล้วก็มาคุยกันถึงแผนการเรียน ดูว่าเราโอเคไหม

ราคาเรียนของที่นี่ขึ้นอยู่กับว่าเราเรียนกี่ level คะ แต่ว่าขั้นต่ำต้องเรียน 3 level ซึ่งยิ่งเรียน level มาก ราคาต่อ level ก็จะถูกกว่า

นี่คือแผนการเรียนของเรานะคะ

ที่ Wall Street จะแบ่งออกเป็น 6ระดับ ซึ่งแต่ละระดับ จะมี 3level 6ระดับ ได้แก่ Survival, Waystage, Upper Waystage, Threshold, Milestone และMastery ถ้าใครอยากแค่พอพูดได้ฟังรู้เรื่องในแบบเข้าขั้นดี ก็ต้องเรียนให้ถึง Threshold สำหรับ Milestone และMastery เอาไว้สำหรับพวกเทพเรียนกัน ซึ่งตรงนี้จะเน้นพวกการเขียนการอ่าน ถ้าใครไม่อยากได้ตรงนี้ ก็ไม่ต้องเรียน แต่ละ level ตามแผนจะให้เรียนประมาณ 2 เดือน แต่เค้าจะเผื่อให้อีก 1 เดือน เผื่อบางคนติดธุระมาเรียนไม่ได้ ดังนั้น 1 level จะเรียนได้ 3 เดือน

ของเราพี่ EC เค้าให้เราเริ่มที่ Waystage 2 และพี่ได้ทำแผนการเรียนมาให้คือ

แผนที่ 1 เรียน 4 level ฟรี 2 level (ฟรี 2 เฉพาะ first visit ถ้าตัดสินใจช้า จะได้แค่ ฟรี 1) สำหรับเวลาเรียนของแผนนี้ คือ 6 * 3 = 18 เดือน คือเวลาเรียนที่มากสุดที่เค้าให้เราเรียนให้จบ ค่าเรียนของแผนนี้ คือ 74,900 บาท ดังนั้น ถ้าเรียนตามแผนนี้ เราจะได้เรียนตั้งแต่ Waystage 2 ไปถึง Threshold 1

แผนที่2 เรียน6 level ฟรี3 level (ฟรี3 เฉพาะ first visit ถ้าตัดสินใจช้า จะได้แค่ ฟรี 2) สำหรับเวลาเรียนของแผนนี้ คือ9 * 3 =27 เดือน คือเวลาเรียนที่มากสุดที่เค้าให้เราเรียนให้จบ ค่าเรียนของแผนนี้ คือ 93,900 บาท ดังนั้น ถ้าเรียนตามแผนนี้ เราจะได้เรียนตั้งแต่ Waystage 2 ไปถึงMilestone 1

ด้วยความโลภ อยากให้จบ Threshold 3 จึงตัดสินใจเรียนตามแผน2

การจ่ายค่าเรียนของที่นี่ มีให้เลือกได้หลายแนวทางแล้วแต่ความสะดวก

  • ทางแรกคือ จ่ายสด ถ้าจ่ายเป็นเงินสดจะได้ลด 8% เหมาะสำหรับคนที่มีสตางค์ เพราะจะลดค่าเรียนไปได้เกือบหมื่นเลยทีเดียว โดยถือเงินสดมาจ่ายก็ได้หรือซื้อ Cashier cheque มาจ่านก้อได้เหมือนกัน
  • จ่ายผ่านบัตรเครดิต จะได้ลด 5 % จ่ายผ่านบัตรเดบิต ก็ถือว่าเหมือนกับบัตรเครดิต แต่สำหรับเราแล้วคิดว่า ถ้าจ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตได้ ก็จ่ายเป็นเงินสดไม่ดีกว่าเหรอ เพราะได้ลดเพิ่มอีก 3 % เป็นเงินหลายพันอยู่เหมือนกัน
  • ผ่อนกับบัตรเครดิต หรือที่เรียกว่า Paylite อันนี้จะไม่ได้ส่วนลด แต่จะสามารถผ่อนผ่านบัตรเครดิตได้ 10 เดือน โดยไม่เสียดอกเบี้ย แต่ว่าวิธีนี้คุณจะต้องมีวงเงินพอ และมันจะตัดวงเงินของคุณไปเลยทั้งหมดตามค่าเรียน
  • ผ่อนกับไฟแนนซ์ อันนี้ก็เหมือนกับการไปกู้ซื้อบ้าน โดยมีการจ่ายเงินก้อนแรกให้กับทางโรงเรียนเหมือนดาวน์บ้าน ที่เหลือก็ผ่อนกับไฟแนนซ์ 18 เดือน ไม่เสียดอกเบี้ย ซึ่งอันนี้ต้องรอการอนุมัติ ถ้าใครไม่รีบ ก็ควรเลือกแบบนี้จะดีกว่า Paylite เพราะว่ามันจะผ่อนสบายกว่า โดยเฉลี่ย ผ่อนเดือนละไม่น่าจะเกิน 5000 บาท แต่วิธีนี้ก้อต้องมีเงินก้อนให้เค้าก่อน ประมาณหมื่นบาท หรือมากกว่านั้น

การจ่ายค่าเรียนของที่นี่ สามารถ Mix กันจากวิธีข้างบนได้ โดย อาจจะจ่ายสดตามที่เราสามารถจ่ายได้ ก็จะได้ลด 8% ตามที่เราจ่ายสด แล้วจ่ายกับบัตรเครดิตอีกกี่บาท แล้วไป Payliteที่เหลือ ตามแต่เราจะสะดวก วิธีไหนที่คุณคิดว่าดีที่สุด ก็เลือกอันนั้น

สำหรับใครที่มีเรื่องสงสัย สามารถถามได้นะคะ ถ้าตอบได้จะตอบให้คะ

ต่อไปจะเป็นเรื่องของการเรียนวันที่ 3 คะ

วันนี้ไม่มีไรมากคะ เข้าไปทำ Lab แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากเมื่อวานก็คือ วันนี้ทำแค่ 1 ชั่วโมงเองก็จบ 1 lesson วันนี้ไม่เสียเวลาไปกับ part bing bong มาก และ Lab วันนี้มีการฟัง แล้วให้เราเรียงบทสนทนาที่ได้ฟังไปแล้วให้ถูกต้อง แทน part การถามตอบ

แต่แอบผิดหวังเล็กน้อย เพราะวันนี้ตั้งใจจะไปจอง Complementary class แต่มันเต็ม แต่จะพยายามจองใหม่ในวันพรุ่งนี้ เพราะคงจะเป็นวันแรกสำหรับ Class ใหม่ที่ให้จองได้

2007/Jun/24

วันนี้เป็นวันที่ 2 ของการเรียนที่ Wall Street

เริ่มแรกก้อเข้าไปจอง Encounter class ตามที่ PT ได้แนะนำไว้ว่า ให้จองแต่เนิ่นๆ เพราะว่าจะเต็มเร็วมาก โชคดีมากๆ จองได้สำเร็จ จากนั้นก็เริ่มเข้าไปทำ Lab

พอเข้าไปที่ Lab ก่อนอื่นก็ต้องไปขอ Diskette ของเราจาก PT ก่อน เพื่อเอาไปใช้กับ Computer จากนั้นก็เข้าไปหาเครื่องคอมที่ว่างเพื่อใช้งาน ปรากฏว่าเครื่องแรกที่ใช้ขึ้น error ทำให้ต้องไปเรียก PT มาช่วยดู PT บอกให้ย้ายเครื่อง พอย้ายไปที่เครื่องใหม่ ปรากฏว่ามันก็ขึ้น error อีก แต่พอกดปิดหน้าต่าง error นั้นไปแล้ว ก็เรียนได้ปกติ ก็เลยเรียนไปเลย

part แรกที่เรียน จะมีบทสนทนาให้เราฟังก่อน แต่จะมีประโยคมาให้อ่านด้วย ซึ่งในนั้นจะมีคำที่เค้าเว้นไว้ให้เราฟังเอง เราก็ฟังไปเรื่อยๆ จากนั้นก็ตอบคำถามจากสิ่งที่เราฟัง แต่เนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน ก็เลยตื่นเต้นนิดหน่อย ต่อจากนั้น ก็จะมีประโยคจากบทสนทนาใน part แรก มาให้เราฟังแล้วก็พูดตาม part นี้ ถ้าเราพูดถูกตาม accent เราก็จะได้ยินเสียง bing แต่ถ้าพูดผิด จะได้ยิน bong แต่ด้วยความไม่ชิน พอพูดไปครั้งแรก ไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น เพราะตื่นเต้น ก็กดข้ามไป พอเรียนไปได้สักพัก อ้าว ฉันลืมฟังมัน bing bong นี่นาเลยต้องไปเริ่มทำใหม่ พอเริ่มทำใหม่ ก็มีปัญหากับ part นี้เยอะมาก เพราะด้วยความที่เราไม่ค่อยจะได้พูดภาษาอังกฤษสักเท่าไหร่ ประกอบกับ เราเองก้อมีน้ำเสียงที่อยู่ในโทนเล็กๆแหลมๆ แต่คนที่พูดในบทสนทนานั้น เป็นผู้ชายซะส่วนใหญ่ จึงได้ยินแต่เสียง bong พูดไปตั้งเป็นสิบๆรอบ แต่ถือว่าคุ้มเลยสำหรับ part นี้ เพราะเราจะได้ฝึก accent ที่ถูกต้องไปด้วย ก็เลยพยายามพูดจนให้ได้ยินเสียง bing แต่บางครั้งก็แอบเซ็ง เพราะพูดไปแล้ว ไม่ได้ยินเสียง bing หรือ bong เลย แล้วตกลงที่ชั้นพูดไปเมื่อกี๊ ไม่มีความหมายเลยใช่ไหม

Part ต่อไปก็เหมือนกับ part bing bong แต่บอกคำที่เว้นไว้ให้ ให้เราพูดตามทั้งประโยค แล้วเปรียบเทียบเสียงของคนในบทสนทนากับเสียงของเรา Part ถัดมาก็จะคล้ายกับ part ที่แล้ว แต่จะมีประโยคมาให้เราพูดก่อน จากนั้นจึงมีเสียงของบทสนทนามาให้เราเปรียบเทียบอีกที ว่าเราพูดถูกไหม

part ต่อไปจะเป็น part ที่เครื่องพูดคำถามมาให้เราฟังและตอบ ซึ่งคำถามก็จะคล้ายกับที่ได้ฟังในบทสนทนา part ก่อนๆ แล้วก็มีให้เปรียบเทียบคำตอบของเรากับของที่เครื่อง

จากนั้นก็เป็นส่วนของคำถามคำตอบ ให้เราเลือกข้อที่ถูกต้อง เป็นเหมือนให้เราตรวจสอบ grammar ที่ได้จากการเรียนในบทสนทนา

รายละเอียดการเรียนกับ Lab คร่าวๆเท่าที่จำได้มีเท่านี้ การเรียนแบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบ ไม่น่าเบื่อเลย แต่สำหรับคนที่ทำ Lab ได้เร็ว ก็ควรจะต้องเข้า Class เยอะๆ ไม่งั้นก็จะเรียนจบเร็วเกินไป จะไม่มีอะไรให้ทำ

จากสถิติโดยคร่าวๆที่ PT บอก การทำ Lab แต่ละ lesson จะให้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แต่เราทำนานมากๆ เกือบ 3 ชั่วโมงแหนะ เพราะมันแต่ติด part bing bong อยู่

จากนั้นพอทำ Lab เสร็จ ก็ต้องมารอเพื่อนที่ทำ Lab อยู่ เลยออกมาดูตารางของ Class อ่ะเย้ มีวันที่เรียนได้ด้วย เลยไปจอง Social club มา Class นึง สรุป วันนี้ได้จองไป 2 class แต่อยากจอง Complementary class อีก เอาไว้เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปดูดีกว่า ว่าจะจองได้ไหม