วันนี้เป็นวันแรกของการเรียนที่ Wall Street ลาดพร้าวหลังจากที่ได้ตกลงปลงใจสมัครเรียน และมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมายเช่น เครื่องงับเงินเสีย (ตู้ฝากเงินของธ.กรุงไทย เซ็นทรัล ลาดพร้าว) ทำให้ไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ เลยต้องไปจ่ายค่าเรียนช้าไปอีกตั้ง 2 วัน
วันแรกนี้เป็นวันปฐมนิเทศหรือเรียกว่าOrientation day พี่ที่เป็น Personal tutor (PT)คนนึงจะเป็นคนมาอธิบายการเรียนของที่นี่ให้ฟัง
PT บอกว่า การเรียนจะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ Lab กับ Class
Lab จะเป็นการเรียนกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งการเรียนแบบนี้จะทำให้เราได้ฝึกการฟัง และการพูดตามคอม ซึ่งจะทำให้ได้สำเนียงที่ดีขึ้น โดยถ้าเราพูดผิด หรือ สำเนียงผิด คอมพิวเตอร์จะบอกเรา
Class จะเป็นการเรียนกับครูเจ้าของภาษา ซึ่งตรงนี้จะทำให้เราคุ้นเคยกับสำเนียงของภาษาอังกฤษแต่ละชาติ เพราะจะมีทั้งครูชาวอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา ฯลฯ Class จะมีหลายประเภท โดย Class ที่สำคัญที่สุด คือ Encounter class เพราะเป็นเหมือนการสอบผ่านระดับ ซึ่งเมื่อทำ Lab จบ 1 lesson ก็จะต้องมาเข้า Encounter class เผื่อวัดความรู้ที่ได้ และยังมี Class อื่นอีกเช่นSocial club ก็จะให้นักเรียนมาพูดคุยกันเอง มาทำกิจกรรมโดยมีครูคอยคุมChat Corner เป็น Class ที่เหมือนมี topic มาให้แล้วให้นักเรียนสนทนากันตาม topic นั้น ความยากง่ายของการสนทนา ก็ขึ้นอยู่กับ level ของนักเรียน Complementary class เป็น Class ที่เรียนเกี่ยวกับ grammar
ข้อแตกต่างระหว่าง Lab กับ Class อีกอย่างก็คือ Lab จะเข้ามาเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ Class จะต้องจองล่วงหน้า และจองให้ตรงกับเลเวลของเรา
Encounter class จะจองได้ 2 อาทิตย์ต่อ 1 ครั้ง
Complementary class จะจองได้ 2 อาทิตย์ต่อ 1 ครั้ง (อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่)
การติดต่อ หรือพูดคุยกับคนในนี้ จะต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ไม่งั้นจะโดนปรับ 5 บาท
ที่สาขานี้จะมีนักเรียนเยอะที่สุด จึงจะมีกิจกรรม และ Class ให้เรียนเยอะมาก บางครั้งก็มีทริปไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง ไปดูหนังบ้าง น่าสนุกดี
ส่วนเรื่องผลของการเรียนที่นี่เป็นไง ยังต้องรอดูกันต่อไป หุหุ



